— เรื่องของพวกเขา
คุณ ใหม่, 27เขียนถึงน้องชาย
— letter preview
“น้องชายนะ · ถ้าวันที่พี่เขียนนี่ยังไม่ถึง พี่อยากให้น้องรู้ว่า ของพวกนี้พี่เก็บมา 5 ปี ไม่ใช่เพื่อตัวเอง...”
ฉบับที่ คุณ ใหม่ ฝากไว้
ผมชื่อใหม่ อายุ 27 ทำงาน dev สาย back-end อยู่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ฯ ผมเริ่มสนใจ crypto ตอนอายุ 22 ตอนนั้นยังเรียนปี 4 อยู่ คนรอบตัวเล่นกันเยอะ แต่ที่ผมเอาจริงเอาจังกว่าคนอื่น เพราะผมอ่านมัน อ่านจริงๆ ไม่ใช่แค่ดูราคา
5 ปีผ่านไป portfolio ของผมเติบโตขึ้นมาก ไม่ใช่ก้อนใหญ่แบบในข่าวว่าหลายร้อยล้าน · แต่มากพอที่ถ้าหายไป จะทำให้ผมหนาวมือ และมากพอที่ถ้าน้องชายผมได้มัน เขาจะมีเงินทำสิ่งที่เขาฝันได้ในวันที่ผมไม่อยู่
น้องชายผมอายุ 19 กำลังเรียนปี 1 เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ crypto เลย เขาเรียนหมอ — ใช้สมองคนละด้านกับผม สิ่งเดียวที่เขารู้คือ พี่ชายของเขาทำงาน tech แล้วก็เล่นอะไรในคอมพิวเตอร์ที่เขาตามไม่ทัน
วันที่ผมตัดสินใจเขียน
เรื่องของเรื่องคือ มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่ผมรู้จักในวงการนี้ เสียไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อายุ 31 อุบัติเหตุ มอเตอร์ไซค์ คืนเดียวจบเลย — เขามี wallet หลายตัว ไม่มีใครรู้ password ไม่มีใครรู้ seed phrase
พ่อแม่เขาเข้ามาถามคนใน community ว่าจะเอาเงินคืนได้ยังไง · คำตอบคือ ทำไม่ได้ — เงินที่อยู่บนเชนยังอยู่ตรงนั้น ทุกคนเห็นได้ แต่ไม่มีใครเข้าถึงได้
“เงินใน wallet เป็นเงินจริง · แต่ถ้าไม่มีคนรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน มันก็เท่ากับศูนย์”
ผมกลับบ้านคืนนั้น นั่งดูตัวเลขใน wallet ตัวเองนานมาก ตัวเลขมันยังอยู่ แต่ในหัวผมมันไม่ใช่ตัวเลขแล้ว มันคือเวลา 5 ปีที่ผมแลกมา ความตื่นนอนเช้ามือมานั่งดูราคา ความสูญเสียตอน luna crash ที่ผมขาดทุนไปสามแสน ความดีใจตอน eth ขึ้นไปแตะ 4,800 · ถ้าผมเสียคืนนี้ น้องชายผมจะไม่มีทางรู้เลยว่าพี่ชายของเขามีอะไรเก็บไว้ให้
ทำไมไม่บอกตรงๆ
หลายคนถาม ทำไมไม่บอกน้องตรงๆ ตอนนี้เลย? คำตอบคือ — น้องชายผมอายุ 19 ครับ ถ้าเขารู้ว่าผมมีเงินก้อนนี้ตอนนี้ มันจะเปลี่ยนวิธีที่เขามองชีวิตของเขาเอง · ผมอยากให้เขาเรียนหมอจบด้วยน้ำพักน้ำแรงของเขา ไม่ใช่ด้วยความรู้ว่า ถ้าพี่ตายผมก็รวย
แล้วถ้าผมไม่ตาย? ผมก็จะใช้มันเองตอนแก่ ซื้อบ้านให้พ่อแม่ ส่งน้องเรียนต่อต่างประเทศ — แต่ถ้าผมไม่อยู่ มันก็จะต้องไปถึงมือเขาแบบที่ผมเตรียมไว้ ไม่ใช่หายไปกับผม
วันที่นั่งเขียน
ผมใช้เวลาประมาณ 47 นาที เขียนจดหมายฉบับนี้ครั้งแรก แล้วก็แก้อีก 3 รอบในสัปดาห์ต่อมา ตอนแรกผมจะเขียนแค่ seed phrase กับวิธี import wallet · แต่พอเริ่มเขียน ผมรู้ว่ามันไม่พอ — น้องผมไม่เคยใช้ MetaMask ไม่รู้ว่า hardware wallet คืออะไร ไม่รู้ว่า DeFi คืออะไร
ผมเลยเขียนยาวขึ้น มี checklist 12 ข้อ ตั้งแต่ขั้นแรกเลย — เปิดคอมพิวเตอร์ที่บ้านพ่อแม่ ไปดู safe ในห้องผม รหัสตู้เซฟคือเลข 4 หลัก ถ้าน้องอ่านจดหมายนี้ น้องจะหาเลขนี้ได้ตรงไหน ผมบอกไว้
ฉบับที่ผมฝากไว้
น้องชายนะ · ถ้าวันที่พี่เขียนนี่ยังไม่ถึง พี่อยากให้น้องรู้ว่า ของพวกนี้พี่เก็บมา 5 ปี ไม่ใช่เพื่อตัวเอง · พี่เก็บไว้เผื่อวันที่ครอบครัวเราจำเป็น และวันนั้นคือตอนนี้แหละ · น้องไม่ต้องเข้าใจมันทั้งหมดก็ได้ แค่ทำตามที่พี่เขียนไปทีละข้อ ถ้าติดตรงไหน โทรหา bn (เพื่อนพี่ที่เบอร์ในเล่มที่ 2) เขารู้ทุกอย่างเหมือนพี่...
ผมแยก seed phrase ออกเป็น 2 ส่วน · ส่วนแรก 12 คำแรก อยู่ในจดหมายฝากไว้ ส่วนหลัง 12 คำหลัง อยู่ในตู้เซฟที่บ้านพ่อแม่ · น้องผมต้องมีทั้ง 2 ส่วนถึงจะเปิด wallet ได้ — ผมเรียกมันว่า 2-key system เป็นความระแวงของผมเอง เผื่อมีคน hack ระบบใดระบบหนึ่ง
สิ่งที่ผมเรียนรู้
หนึ่ง — ระบบที่ปลอดภัยมากๆ ไม่ใช่ระบบที่ไม่มีคนเข้าถึง แต่คือระบบที่คนที่ถูกต้องเข้าถึงได้ในเวลาที่ถูกต้อง
สอง — การเขียนเรื่องเงินไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่อย่างที่กลัว · ตรงกันข้าม มันทำให้ผมรู้สึกเบาขึ้น เหมือนผมจัดบ้านเสร็จ ไม่ต้องคอยกังวลว่าถ้าวันนั้นมาถึงจะเป็นยังไง
สาม — น้องผมไม่จำเป็นต้องเข้าใจ crypto เพื่อรับ crypto · เขาต้องเข้าใจแค่ checklist ที่พี่ชายเขาเขียนไว้ให้
— สิ่งที่ได้เรียนรู้
ถ้าคุณเก็บอะไรไว้ในที่ที่คุณคนเดียวรู้ มันไม่ใช่สมบัติ · มันคือกล่องที่จะหายไปกับคุณ
“เงินใน wallet เป็นเงินจริง · แต่ถ้าไม่มีคนรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน มันก็เท่ากับศูนย์”
ใช้เวลาเขียน
47 นาที
ฝากให้
1 คน
เผยแพร่
14 กุมภาพันธ์ 2569