— เรื่องของพวกเขา
คุณ ออม, 38เขียนถึงลูก และครอบครัว
— letter preview
“บิสมิลลาฮิรเราะหฺมานนิรเราะฮีม · ถึงลูกๆ ของแม่ — ฮาฟิซ ไอย่า · นี่คือวะศียะห์ของแม่ตามที่อิสลามให้คำสอนไว้...”
ฉบับที่ คุณ ออม ฝากไว้
ฉันชื่อออม อายุ 38 เป็นมุสลิม แต่งงานมา 14 ปี มีลูก 2 คน — ลูกชายอายุ 11 ลูกสาวอายุ 8 อยู่ในย่านชุมชนมุสลิมในกรุงเทพ
ในศาสนาอิสลาม การเขียนวะศียะห์ (وَصِيَّة — พินัยกรรมและคำสั่งสุดท้าย) เป็นสิ่งที่ทุกคนที่มีทรัพย์สิน หรือมีเรื่องที่ต้องสั่งเสีย ควรเขียน · นบีมุฮัมมัด ﷺ ได้กล่าวว่า ‘ผู้ใดที่มีสิ่งที่ต้องสั่งเสีย ไม่ควรนอนสองคืนเว้นแต่ว่าวะศียะห์ของเขาจะเขียนไว้ใกล้ศีรษะของเขา’
ฉันรู้คำสอนนี้มาตั้งแต่เด็ก · แต่ฉันไม่เคยทำจริงจังจนกระทั่งปีที่แล้ว
สิ่งที่ทำให้ฉันเริ่ม
ลูกพี่ลูกน้องของฉันเสียกระทันหันที่อายุ 41 · เธอเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด แต่ไม่ได้เขียนวะศียะห์ · ครอบครัวเธอใช้เวลา 6 เดือนในการแบ่งมรดกตามหลักฟัรดู (الفرائض) เพราะไม่มีคำสั่งจากเธอเรื่องที่ ‘ไม่อยู่ในกฎหมายอิสลาม’ — เช่น แมวที่เธอเลี้ยง ของขวัญที่เธออยากให้เพื่อนสนิท หนังสือที่เธออยากให้บริจาคให้ห้องสมุดมัสยิด
หลักการฟัรดูในอิสลามชัดเจน — สามี ภรรยา ลูก พ่อแม่ ได้สัดส่วนที่แน่นอน · แต่นั่นคือ ‘สองในสาม’ ของมรดก · อีกหนึ่งในสาม เจ้าของสามารถสั่งเสียเป็น sadaqah jariyah (ทานต่อเนื่อง) หรือให้คนที่ไม่ได้เป็นทายาท ตามที่ตัวเองต้องการ
ลูกพี่ลูกน้องของฉันไม่ได้ใช้ ‘หนึ่งในสาม’ ส่วนนั้น เพราะไม่ได้เขียนไว้ · ทุกอย่างจึงตกอยู่ใต้สัดส่วนฟัรดู
เขียนวะศียะห์
ฉันใช้เวลา 95 นาที เขียนเอกสารหลัก · แบ่งเป็น 4 ส่วน
ส่วนแรก — ชะฮาดะห์ (คำปฏิญาณตน) ฉันเริ่มด้วยคำว่า ‘لا إله إلا الله محمد رسول الله’ ตามที่อุละมาอ์แนะนำให้เริ่ม
ส่วนที่สอง — หนี้สินและความรับผิดชอบ ในอิสลาม หนี้ต้องชำระก่อนแบ่งมรดก · ฉันเขียนรายการหนี้ทั้งหมด — หนี้บัตรเครดิต หนี้ผ่อนรถ และที่สำคัญที่สุด — หนี้กับเพื่อนที่ฉันยืมมา 50,000 เมื่อปีที่แล้วและยังไม่ได้คืน
ส่วนที่สาม — หนึ่งในสาม สำหรับ sadaqah jariyah ฉันสั่งเสียให้บริจาค 1 ใน 3 ของมรดก เป็นบ่อน้ำในชนบทผ่าน โครงการของมัสยิดที่ฉันคุ้นเคย · ส่วนนี้จะเป็น sadaqah jariyah — ทานที่ผลบุญต่อเนื่องหลังจากที่ฉันไม่อยู่
ส่วนที่สี่ — คำสั่งเสียส่วนตัว เรื่องการจัดงานศพ ขอให้ตามแบบ Sunnah เรียบง่าย ไม่มีพิธีฟุ่มเฟือย · เรื่องที่ฝังที่กุโบร์ (สุสาน) ไหน · เรื่องการสอนศาสนาให้ลูกต่อ ขอให้สามีพาไปเรียนกุรอานต่อทุกวันเสาร์
และเรื่องส่วนตัว
หลังเขียนเอกสารหลักเสร็จ ฉันเขียนจดหมายส่วนตัว 5 ฉบับ ใน ฝากไว้ — ถึงลูกชาย ลูกสาว สามี พ่อ แม่
ฉบับถึงลูกๆ — ฉันเขียนเรื่องที่ ‘ไม่อยู่ในกุรอาน’ แต่อยากบอก · เช่น เรื่องที่ฉันชอบกินขนมจีนน้ำยา แม่บอกว่าตอนเด็กฉันกินไม่ได้ขาดสักวัน · เรื่องที่แม่ของแม่ (ยายของลูก) มาจากปัตตานี ที่ลูกน่าจะไปเยี่ยมยายต่อ · เรื่องที่ลูกควรเรียนภาษาอาหรับให้ลึกขึ้น เพื่อเข้าใจกุรอานตรงๆ ไม่ใช่แค่ผ่านคำแปล
ฉบับถึงลูก
บิสมิลลาฮิรเราะหฺมานนิรเราะฮีม · ถึงลูกๆ ของแม่ — ฮาฟิซ ไอย่า · นี่คือวะศียะห์ของแม่ตามที่อิสลามให้คำสอนไว้ · แม่เขียนตอนยังแข็งแรง ไม่ได้เขียนเพราะกลัว แต่เพราะอยากให้พร้อมเสมอ · ในกรณีที่อัลลอฮ์เรียกแม่กลับก่อนเวลาที่ลูกคิด ลูกจะรู้ว่าแม่ได้บอกทุกอย่างไว้แล้ว...
“ในศาสนาของฉัน การเตรียมตัวสำหรับวันที่อัลลอฮ์เรียกกลับ ไม่ใช่การ ‘คิดลบ’ · มันคือการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ”
สิ่งที่ฉันเรียนรู้
หนึ่ง — วะศียะห์ที่เขียนตามหลักศาสนา + จดหมายส่วนตัว สองอย่างนี้ไม่ขัดกัน เป็นสิ่งที่เสริมกัน · เอกสารคือกฎหมาย จดหมายคือใจ
สอง — การเขียน sadaqah jariyah ทำให้ฉันคิดว่า ‘ฉันอยากให้โลกเป็นยังไงหลังจากที่ฉันไม่อยู่’ · ไม่ใช่แค่ ‘ของฉันจะไปอยู่กับใคร’
สาม — ฉันแนะนำเพื่อนๆ ในชุมชนของฉัน ตอนนี้มี 11 คนที่เริ่มเขียนวะศียะห์ของตัวเองแล้ว · มีอุสตาส (ครูศาสนา) ที่เริ่มสอนเรื่องนี้ในชั้นเรียนของท่านด้วย
— สิ่งที่ได้เรียนรู้
ทุกศาสนาให้คำสอนเรื่องการเตรียมตัว · เครื่องมือสมัยใหม่ทำให้คำสอนเก่าทำได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ทำให้คำสอนหายไป
“ในศาสนาของฉัน การเตรียมตัวสำหรับวันที่อัลลอฮ์เรียกกลับ ไม่ใช่การ ‘คิดลบ’ · มันคือการดำเนินชีวิตอย่างมีสติ”
ใช้เวลาเขียน
95 นาที
ฝากให้
5 คน
เผยแพร่
30 มีนาคม 2569